ยุคนี้ใครๆ ก็หันมาให้ความสนใจกับ "ประกันสุขภาพเหมาจ่าย" เพราะเจ็บป่วยขึ้นมาทีไร ค่ารักษาพยาบาลแทบจะพุ่งทะลุเพดาน การมีวงเงินเหมาจ่ายหลักล้านดูเหมือนจะช่วยให้เราอุ่นใจได้มากที่สุด
แต่ช้าก่อน! คำว่า "เหมาจ่าย" ไม่ได้แปลว่า "จ่ายทุกอย่างบนโลกนี้" หากคุณไม่อยากเจ็บใจตอนเคลม หรือต้องมานั่งควักเงินจ่ายเองเพิ่มภายหลัง นี่คือ 5 สิ่งสำคัญที่คุณต้องเช็กให้ชัวร์ก่อนตัดสินใจซื้อครับ
จุดนี้เป็นหลุมพรางที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุด คำว่าเหมาจ่าย 5 ล้านบาท ต้องดูดีๆ ว่าเป็นแบบไหน:
แม้จะขึ้นชื่อว่าเหมาจ่าย แต่ "ค่าห้องและค่าอาหาร" มักจะเป็นรายการเดียวที่มีการล็อกวงเงินไว้แยกต่างหาก (เช่น ค่าห้องวันละ 3,000 หรือ 5,000 บาท)
Tip: ลองเช็กโรงพยาบาลแถวบ้านหรือโรงพยาบาลที่คุณไปบ่อยๆ ดูว่า ค่าห้องพักมาตรฐานของเขาอยู่ที่คืนละเท่าไหร่ แล้วเลือกแผนประกันที่ครอบคลุมค่าห้องนั้น จะได้ไม่ต้องจ่ายส่วนต่างเพิ่มเวลาแอดมิท
บางแผนประกันจะมีเงื่อนไข Deductible หรือความรับผิดส่วนแรก เช่น "มีความรับผิดส่วนแรก 30,000 บาท" หมายความว่า ในการรักษาครั้งนั้น คุณต้องจ่ายเองก่อน 30,000 บาทแรก ส่วนที่เหลือประกันถึงจะเหมาจ่ายให้
ประกันเหมาจ่ายส่วนใหญ่จะเน้นคุ้มครองกรณี IPD (นอนโรงพยาบาล) เป็นหลัก แต่โรคยอดฮิตอย่าง ท้องเสีย, หวัด, หรือตาอักเสบ ที่หมอจ่ายยาแล้วให้กลับบ้านได้ จะเรียกว่า OPD (ผู้ป่วยนอก) * ต้องเช็กว่าแผนที่คุณเล็งไว้มีวงเงิน OPD ให้ด้วยไหม หรือต้องซื้อสัญญาเพิ่มเติมเพิ่ม เพราะถ้าไม่มี สิทธิ์เหมาจ่ายหลักล้านก็จะไม่ทำงานกับการหาหมอแบบไปกลับครับ
จำไว้เลยว่า ประกันสุขภาพไม่ใช่ซื้อปุ๊บ ป่วยปั๊บ แล้วจะเคลมได้ทันที
การเลือกประกันสุขภาพเหมาจ่ายที่ดีที่สุด ไม่ใช่แผนที่แพงที่สุดหรือวงเงินสูงที่สุด แต่คือแผนที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ สอดคล้องกับค่าบริการของโรงพยาบาลที่คุณใช้ประจำ และที่สำคัญคือเบี้ยประกันต้องอยู่ในระดับที่คุณจ่ายไหวในระยะยาว โดยไม่ลำบากเงินออมส่วนอื่นครับ